การวางตำแหน่งแบรนด์เชิงกลยุทธ์
"CRAFT LAB: Make every technology commercialised"
"CRAFT LAB: Make every technology commercialised"
การวางตำแหน่งแบรนด์เชิงกลยุทธ์
เรียบเรียงโดย ผศ. ดร. ปารเมศ วรเศยานนท์
บัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
บทความนี้อธิบายถึงความสำคัญของการวางตำแหน่งแบรนด์เชิงกลยุทธ์ (Strategic Brand Positioning) ในตลาดที่มีการแข่งขันสูง โดยเน้นการค้นหา "จุดที่ใช่" (Sweet Spot) ที่ซึ่งความคาดหวังของตลาด, ข้อเสนอสำคัญของตราสินค้า และสิ่งที่ลูกค้าให้คุณค่าหรือกำลังประสบปัญหา มาบรรจบกัน กรอบแนวคิดหลักที่ใช้ในการค้นหาจุดนี้คือ จุดร่วม (Point of Parity – POP) จุดเด่น (Point of Difference – POD) และ คุณค่าที่ลูกค้าได้รับ / ปัญหาที่ลูกค้าเผชิญ (Customer Value / Pain Points)
จุดร่วม (Point of Parity – POP) หรือ สิ่งที่ "ต้องมี" เพื่อสามารถเข้าสู่การแข่งขันในตลาดได้
'จุดร่วม' เป็น คุณสมบัติหรือประโยชน์ที่ผลิตภัณฑ์มีร่วมกับคู่แข่งในตลาด ทำให้ผลิตภัณฑ์เทียบเคียงคู่แข่งอุตสาหกรรมนั้นๆ ร้างความน่าเชื่อถือและความยอมรับ ยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ผ่านมาตรฐานขั้นต่ำของตลาด อย่างไรก็ดีไม่ได้ทำให้ดีกว่าคู่แข่ง แต่ทำให้ไม่ถูกมองข้าม
ตัวอย่าง
โทรศัพท์มือถือมีฟังก์ชันการโทรออกรับสายและ กล้องคุณภาพสูงที่กลายเป็นจุดร่วมปัจจุบัน
โรงแรม 5 ดาว จำเป็นต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกหรูหรา การตกแต่งดีมาก และ บริการไร้ที่มีความเป็นมืออาชีพสูงเป็นมาตรฐานขั้นต่ำในการเป็นโรงแรมระดับนี้ แต่การที่มีอาจจะยังไม่โดดเด่นหรือแข่งขันได้ในตลาดเดียวกัน
จุดเด่น (Point of Difference – POD) หรือ "เหตุผลที่ต้องซื้อ" ผลิตภัณฑ์ของท่าน
'จุดเด่น' มี คุณสมบัติหรือประโยชน์ที่เป็นเอกลักษณ์และเหนือกว่าคู่แข่งอย่างชัดเจน ทำให้ผลิตภัณฑ์แตกต่าง โดดเด่น เป็นเหตุผลหลักที่ลูกค้าจะเลือกซื้อผ่านการสร้างข้อได้เปรียบในการแข่งขันที่แข็งแกร่งและยากต่อการลอกเลียนแบบ สร้างความภักดีของลูกค้า ช่วยให้ตั้งราคาสูงขึ้น และเป็นแรงผลักดันให้เกิดการบอกต่อ
ตัวอย่าง
Apple สร้างระบบนิเวศ (Ecosystem Integration) เช่น AirDrop, iCloud, Handoff
Dyson เน้นการสร้างมอเตอร์ที่มีแรงดูดสูงและการออกแบบระบบไร้สายของอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพ
Airasia: ราคาคุ้มค่า ความน่าเชื่อถือ บุคลิกง่ายในการเข้าถึง
Shangri-La มีแนวคิด "Hospitality from the heart" เน้นการฝึกอบรมพนักงานให้ส่งมอบบริการที่ทำให้แขกรู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว
คุณค่าที่ลูกค้าได้รับ และ/หรือ ปัญหาที่ลูกค้าเผชิญ (Customer Value / Pain Points): "ทำไม" ลูกค้าถึงเลือกสินค้าหรือบริการของท่าน
คุณค่าที่มองหา ปัญหา ความท้าทาย ความต้องการที่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง หรือความปรารถนาทางอารมณ์ที่ลูกค้ามี ซึ่งผลิตภัณฑ์สามารถเข้ามาช่วยแก้ไขหรือเติมเต็มได้ ช่วยให้แบรนด์ออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตรงใจลูกค้าอย่างแท้จริง และสื่อสารข้อความทางการตลาดที่เข้าถึงอารมณ์และความต้องการของลูกค้า
ตัวอย่าง
"เสียเวลาโอนไฟล์ระหว่างอุปกรณ์" – Apple ตอบสนองด้วย: AirDrop (Pain Point)
"ต้องการรู้สึกปลอดภัยและมั่นใจ/ลดความกังวลด้านความปลอดภัยเมื่อขับรถ" – Volvo ตอบสนองด้วย: ระบบความปลอดภัยขั้นสูง (Value)
"ขั้นตอนชำระเงินออนไลน์ยุ่งยาก" – Amazon ตอบสนองด้วย: One-Click Purchase, Apple Pay: ลดความซับซ้อน (Pain Point)
"อยากให้ช้อปปิ้งง่าย ไม่ต้องออกจากบ้าน ลดต้นทุนเวลาและค่าใช้จ่ายในการหาและเข้าถึงสินค้าหรือบริการ" – แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ (Value)
ไม่เชื่อถือว่าบริษัทจะทำเพื่อประโยชน์สูงสุดของลูกค้า" – Everlane ตอบสนองด้วย: การแสดงรายละเอียดต้นทุนการผลิตที่โปร่งใส (Pain Point)
"จุดที่ใช่" คือพื้นที่แห่งความลงตัวที่
"จุดที่ใช่" จะเป็นดที่ (1) ผลิตภัณฑ์มีคุณสมบัติพื้นฐานที่ตลาดคาดหวัง (2) ผลิตภัณฑ์มีความแตกต่างและเหนือกว่าคู่แข่งอย่างชัดเจน (3) ผลิตภัณฑ์ตอบสนองต่อคุณค่าที่ลูกค้ามองหา หรือแก้ไขปัญหาที่ลูกค้าเผชิญอยู่ได้อย่างแท้จริงบนพื้นฐานของผลิตภัณฑ์มีคุณสมบัติพื้นฐานที่ตลาดคาดหวังและวามแตกต่างและเหนือกว่าคู่แข่งอย่างชัดเจน
วิธีสร้างแผนที่และค้นหาจุดที่ใช่
วิเคราะห์คู่แข่งและตลาด (POP) โดยการระบุคุณสมบัติและประโยชน์พื้นฐานที่คู่แข่งหลักและตลาดส่วนใหญ่คาดหวัง
ค้นหาจุดแข็งและเอกลักษณ์ของตัวเอง (POD) โดยการมองหาสิ่งที่ผลิตภัณฑ์ทำได้ดีกว่า โดดเด่นกว่า หรือเป็นเอกลักษณ์ (เทคโนโลยี บริการลูกค้า การออกแบบ ประสบการณ์ผู้ใช้)
ทำความเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง (Customer Value / Pain Points) โดยการวิจัยเพื่อเข้าใจปัญหา ความปรารถนา หรือคุณค่าที่ลูกค้ามองหา (ใช้ Persona, Customer Journey Map)
เชื่อมโยง POP, POD และ Customer Value/Pain Points
ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ (กรณีของ Porsche Taycan)
จุดร่วม (Point of Parity – POP) ได้แก่ สมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม, การออกแบบน่าดึงดูด, เทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง (สิ่งที่รถหรูอื่นๆ มี)
จุดเด่น (Point of Difference – POD) ได้แก่ ประสบการณ์การขับขี่แบบสปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์ของ Porsche ผสมผสานกับขุมพลังไฟฟ้า, ความสามารถในการชาร์จเร็วพิเศษ, การออกแบบภายในล้ำสมัยแต่ยังคงกลิ่นอาย Porsche
Customer Value / Pain Points หรือ ความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่ให้ "อารมณ์" และ "ความเร้าใจ" แบบรถสปอร์ต สมรรถนะสูงสุด แต่มี Pain Point เรื่องเวลาชาร์จยาวนาน
"จุดที่ใช่" ของ Porsche Taycan คือนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าที่ตอบสนอง 'จุดร่วม' มอบประสบการณ์การขับขี่แบบสปอร์ตที่เป็น 'จุดเด่น' แก้ไข Pain Point ของผู้ที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง และตอบสนองคุณค่าทางอารมณ์ของการเป็นเจ้าของรถสปอร์ตในยุคใหม่
หากมีข้อคิดเห็นหรือเสนอแนะใดๆ ทักมาคุยกัหรือแอดมาเป็นเพื่อนกันที่ https://www.facebook.com/kmuttentrepreneurship/
หลักสูตรการจัดการการเป็นผู้ประกอบการ นวัตกรรม และความยั่งยืน (#EPM) เป็นหลักสูตรภายใต้การกำกับดูแลของบัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม (#GMI) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (#KMUTT)
สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ (02) 470-9799, (02) 470-9795-6, 084-676-5885
LINE : @GMIKMUTT
หรือ ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://gmi.kmutt.ac.th/th/study-with-us/epm/
สนใจสมัครได้ที่ https://bit.ly/GMI_Apply
CRAFT LAB เตรียมความพร้อมในการพัฒนานักวิจัยให้เป็นผู้จัดการผลิตภัณฑ์ที่สามารถมีทักษะและความรู้ที่ควรเป็น อย่างมีผลลัพธ์ สนใจทักมาคุยกับได้ที่ Line: @061jlshn หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
บทความชวนคิดด้านธุรกิจ
คลิกที่นี่เพื่อเข้าดูบทความธุรกิจ ตั้งแต่การกาโอกาศ การตั้งกิจการ การพัฒนากลยุทธ์ธุรกิจ การพัฒนาโครงสร้างองค์กร การทำการตลาด การตลาดดิจิทัล การเงินและการเข้าถึงแหล่งทุน รวมถึงการเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ตลาดทุน
เพิ่มเราเป็นเพื่อนในเฟสบุ๊คเพื่อรับข่าวสารและข้อมูลต่อยอดความเข้าใจ
สำหรับท่านที่ต้องการต่อยอดความรู้ระดับ 'ปริญญาโท' ด้าน 'การเป็นผู้ประกอบการ นวัตกรรม และความยั่งยืน' ที่เน้นช่วยระบุโอกาสธุรกิจไปถึงการสร้างธุรกิจและการนำเข้าสู่ตลาดทุนสามารถคลิกที่นี่เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม
เรื่องที่น่าสนใจอื่น