Unique Feeling Point (UFP) คืออะไร? กุญแจสู่การสร้างแบรนด์ในยุคที่ความรู้สึกสำคัญกว่าฟังก์ชัน
"CRAFT LAB: Make every technology commercialised"
"CRAFT LAB: Make every technology commercialised"
Unique Feeling Point (UFP) คืออะไร? กุญแจสู่การสร้างแบรนด์ในยุคที่ความรู้สึกสำคัญกว่าฟังก์ชัน
เรียบเรียงโดย ผศ. ดร. ปารเมศ วรเศยานนท์
บัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
โลกการตลาดปัจจุบันที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน ผู้บริโภคไม่ได้มองหาสินค้าหรือบริการที่ตอบสนองความต้องการด้านฟังก์ชันการใช้งานเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่พวกเขากำลังมองหาประสบการณ์และความรู้สึกที่แตกต่างและไม่เหมือนใคร ซึ่งนี่คือที่มาของแนวคิด Unique Feeling Point (UFP) หรือ "จุดเด่นทางความรู้สึกที่เป็นเอกลักษณ์" ซึ่งเข้ามาเติมเต็มและเหนือกว่าแนวคิดเดิมอย่าง Unique Selling Point (USP)
UFP แตกต่างจาก USP อย่างไร?
หลายท่านคงคุ้นเคยกับ USP (Unique Selling Point) ซึ่งมุ่งเน้นไปที่ประโยชน์เชิงฟังก์ชันที่สินค้าหรือบริการมอบให้ ยกตัวอย่างเช่น "แบตเตอรี่รุ่นนี้ใช้งานได้นาน 24 ชั่วโมง" นี่คือข้อได้เปรียบที่จับต้องได้ วัดผลได้ และเน้นที่คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์
แต่ Unique Feeling Point (UFP) นั้นแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง UFP ไม่ได้เน้นที่คุณสมบัติทางกายภาพ แต่จะเน้นไปที่ การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของผู้ใช้งาน มันคือประสบการณ์ทางอารมณ์เฉพาะเจาะจงที่ลูกค้าจะได้รับซ้ำ ๆ เมื่อได้มีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ของคุณเท่านั้น UFP จึงเปรียบเสมือน "ลายเซ็นทางอารมณ์" ของผลิตภัณฑ์ของคุณ
คำจำกัดความของ Unique Feeling Point (UFP)
UFP คือ อารมณ์เฉพาะที่สามารถเกิดขึ้นซ้ำได้ ซึ่งลูกค้าจะได้สัมผัสเมื่อมีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ของคุณเท่านั้น หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ เป็น "ลายเซ็นทางอารมณ์" (emotional signature) ที่ผลิตภัณฑ์หรือบริการของคุณทิ้งไว้ในใจลูกค้า
ลองนึกดูว่าแบรนด์ของคุณทำให้ลูกค้ารู้สึกอย่างไร? ความรู้สึกนั้นเป็นเอกลักษณ์ที่หาจากแบรนด์อื่นไม่ได้หรือไม่? นั่นแหละคือแก่นแท้ของ UFP
เหตุใด UFP จึงมีความสำคัญในตลาดปัจจุบัน?
ตรรกะเบื้องหลังความสำคัญของ UFP นั้นเรียบง่าย นั่นคือคุณสมบัติและฟังก์ชันของผลิตภัณฑ์สามารถลอกเลียนแบบกันได้ง่าย คู่แข่งสามารถสร้างแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นาน 24 ชั่วโมงเช่นเดียวกับคุณ หรืออาจจะดีกว่าด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่ลอกเลียนแบบได้ยากคือ "ความรู้สึก"
หากลูกค้าเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ของคุณเข้ากับความรู้สึกเฉพาะเจาะจง เช่น "ความมั่นใจ" "ความคิดถึง" หรือ "ความโล่งใจ" พวกเขาจะมีแนวโน้มน้อยลงที่จะเปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์ของคู่แข่ง แม้ว่าคู่แข่งจะเสนอราคาที่ถูกกว่าก็ตาม ความรู้สึกเหล่านี้สร้างความผูกพันที่ลึกซึ้งและยากจะทำลาย ซึ่งนำไปสู่ความภักดีต่อแบรนด์ในระยะยาว
ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่า ผู้บริโภคชาวไทยได้รับอิทธิพลอย่างมากจากความรู้สึกที่แบรนด์สร้างขึ้น การสร้างแบรนด์ที่เข้าถึงอารมณ์และคุณค่าทางวัฒนธรรมร่วมกัน เช่น ความกลมเกลียว ครอบครัว ความสนุกสนาน และความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ สามารถสร้างความเชื่อมโยงที่แท้จริงและก่อให้เกิดความภักดีได้
ตัวอย่างของ Unique Feeling Point (UFP) จากแบรนด์ชั้นนำ
เพื่อทำความเข้าใจ UFP ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ลองพิจารณาตัวอย่างจากแบรนด์ที่มีชื่อเสียงเหล่านี้:
Apple:
ฮาร์ดแวร์ระดับไฮเอนด์ / ชิปตระกูล M-series (Functional USP)
ความคิดสร้างสรรค์ / ความเป็นปัจเจกบุคคล ("ฉันคือผู้มีวิสัยทัศน์") ลูกค้า Apple ไม่ได้แค่ซื้อโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ แต่พวกเขากำลังซื้อเครื่องมือที่จุดประกายความคิดสร้างสรรค์และสะท้อนตัวตนที่ไม่เหมือนใครของพวกเขา (Unique Feeling Point (UFP))
GPO (องค์การเภสัชกรรม ประเทศไทย):
ยาคุณภาพดี ราคาประหยัด ที่ได้รับการรับรองจากรัฐบาล (Functional USP)
ความปลอดภัย / ความมั่นคง ("ฉันได้รับการคุ้มครองโดยประเทศของฉัน") ผู้บริโภคที่เลือกใช้ยาของ GPO ไม่ได้แค่ต้องการยาที่มีประสิทธิภาพ แต่พวกเขารู้สึกถึงความเชื่อมั่นและความปลอดภัยจากการที่หน่วยงานภาครัฐดูแล (Unique Feeling Point (UFP))
Disney:
แอนิเมชันทุนสร้างสูง และสวนสนุกระดับโลก (Functional USP)
ความอัศจรรย์ / เวทมนตร์ ("ฉันได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง") Disney ขายความฝันและความมหัศจรรย์ ลูกค้าไม่ได้แค่ชมภาพยนตร์หรือเที่ยวสวนสนุก แต่พวกเขากำลังได้รับประสบการณ์ที่พาพวกเขาย้อนกลับไปสู่วัยเด็กที่เต็มไปด้วยจินตนาการ (Unique Feeling Point (UFP))
การออกแบบประสบการณ์ลูกค้าอย่างพิถีพิถันในทุกจุดสัมผัส (touchpoint) ตั้งแต่การตลาด การขาย ไปจนถึงบริการหลังการขาย แบรนด์จะต้องเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าลูกค้าต้องการรู้สึกอย่างไร และจะสามารถสร้างความรู้สึกนั้นได้อย่างสม่ำเสมอได้อย่างไร
กลยุทธ์สำคัญในการสร้าง UFP ได้แก่:
การทำความเข้าใจอารมณ์ขับเคลื่อน คือเจาะลึกว่าอะไรคือแรงผลักดันทางอารมณ์ของกลุ่มเป้าหมายของคุณ พวกเขาต้องการรู้สึกอย่างไรเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการของคุณ?
การเล่าเรื่อง (Storytelling) เป็นการใช้เรื่องราวที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมท้องถิ่น อารมณ์ขัน และความเกี่ยวข้องทางสังคม เพื่อสร้างความผูกพันทางอารมณ์ที่ลึกซึ้ง
อัตลักษณ์ทางภาพ (Visual Identity) เป็นการออกแบบภาพลักษณ์ที่สนุกสนาน เป็นมิตร และคุ้นเคย รวมถึงการใช้ฟอนต์ สี และสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่มีความหมาย
ความเฉพาะเจาะจงทางวัฒนธรรม (Cultural Specificity) เป็นการเคารพและผสานความแตกต่างทางวัฒนธรรมไทยเข้ากับการสื่อสารและการออกแบบ เช่น การจัดแคมเปญในช่วงเทศกาลสำคัญ
การสร้างชุมชน (Community Building) เป็นการสร้างพื้นที่ให้ลูกค้าได้มีปฏิสัมพันธ์ แบ่งปันประสบการณ์ และรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ เพื่อกระตุ้น “Brand Love”
ความโปร่งใสและความสม่ำเสมอ (Transparency and Consistency) เน้นการซื่อสัตย์ โปร่งใส และรักษาความสอดคล้องในข้อความของแบรนด์และการปฏิสัมพันธ์ เพื่อสร้างความไว้วางใจและความผูกพันทางอารมณ์
ในยุคที่สินค้าและบริการมีความคล้ายคลึงกันมากขึ้น UFP จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้แบรนด์โดดเด่นและสร้างความภักดีที่ยั่งยืน การมุ่งเน้นที่การสร้างประสบการณ์ทางอารมณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่ใช่แค่เพียงการนำเสนอคุณสมบัติที่ดีที่สุด จะช่วยให้แบรนด์ของคุณเป็นที่จดจำและครองใจผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง การลงทุนในการทำความเข้าใจและสร้างสรรค์ UFP คือการลงทุนในอนาคตของแบรนด์ของคุณ
หากมีข้อคิดเห็นหรือเสนอแนะใดๆ ทักมาคุยกัหรือแอดมาเป็นเพื่อนกันที่ https://www.facebook.com/kmuttentrepreneurship/
หลักสูตรการจัดการการเป็นผู้ประกอบการ นวัตกรรม และความยั่งยืน (#EPM) เป็นหลักสูตรภายใต้การกำกับดูแลของบัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม (#GMI) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (#KMUTT)
สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ (02) 470-9799, (02) 470-9795-6, 084-676-5885
LINE : @GMIKMUTT
หรือ ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://gmi.kmutt.ac.th/th/study-with-us/epm/
สนใจสมัครได้ที่ https://bit.ly/GMI_Apply
CRAFT LAB เตรียมความพร้อมในการพัฒนานักวิจัยให้เป็นผู้จัดการผลิตภัณฑ์ที่สามารถมีทักษะและความรู้ที่ควรเป็น อย่างมีผลลัพธ์ สนใจทักมาคุยกับได้ที่ Line: @061jlshn หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
บทความชวนคิดด้านธุรกิจ
คลิกที่นี่เพื่อเข้าดูบทความธุรกิจ ตั้งแต่การกาโอกาศ การตั้งกิจการ การพัฒนากลยุทธ์ธุรกิจ การพัฒนาโครงสร้างองค์กร การทำการตลาด การตลาดดิจิทัล การเงินและการเข้าถึงแหล่งทุน รวมถึงการเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ตลาดทุน
เพิ่มเราเป็นเพื่อนในเฟสบุ๊คเพื่อรับข่าวสารและข้อมูลต่อยอดความเข้าใจ
สำหรับท่านที่ต้องการต่อยอดความรู้ระดับ 'ปริญญาโท' ด้าน 'การเป็นผู้ประกอบการ นวัตกรรม และความยั่งยืน' ที่เน้นช่วยระบุโอกาสธุรกิจไปถึงการสร้างธุรกิจและการนำเข้าสู่ตลาดทุนสามารถคลิกที่นี่เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม
เรื่องที่น่าสนใจอื่น